ประกาศความเป็นส่วนตัวสำหรับลูกค้าของการประปานครหลวง

ปรับปรุงล่าสุด: 3 กันยายน 2568

ฉบับย่อ

การประปานครหลวง (ต่อไปนี้จะเรียกว่า "กปน.") ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้า ผู้ใช้น้ำ และผู้รับมอบอำนาจหรือผู้แทนผู้ใช้น้ำ (ต่อไปนี้จะเรียกว่า "ท่าน") ซึ่งจะได้รับการดูแลตามมาตรฐานสูงสุดสอดคล้องกับพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ("กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฯ") โดยท่านสามารถดูรายละเอียดของประกาศความเป็นส่วนตัวสำหรับลูกค้า ("ประกาศความเป็นส่วนตัว") ฉบับเต็มได้ ผ่านทาง QR Code และสามารถอ่านสรุปเบื้องต้นของประกาศความเป็นส่วนตัวตามรายละเอียดที่ปรากฏด้านล่าง

QR Code ประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับเต็ม

สแกน QR Code เพื่อดูประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับเต็ม

ประกาศความเป็นส่วนตัว

1. ขอบเขตและวัตถุประสงค์ของประกาศความเป็นส่วนตัว

เอกสารนี้เป็นประกาศความเป็นส่วนตัวสำหรับลูกค้าของ กปน. โดย กปน. มีฐานะเป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฯ ซึ่งประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้จะได้อธิบายว่า กปน. ได้เก็บรวบรวมและใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านตามขอบเขตและวัตถุประสงค์ของ กปน.

ประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ใช้กับเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งเป็นลูกค้าของ กปน. ได้แก่ ลูกค้า ผู้ใช้น้ำ และผู้รับมอบอำนาจ (บุคคลภายนอก)

ภายใต้ประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ ให้คำดังต่อไปนี้มีความหมายตามที่กำหนดด้านล่าง

"ประมวลผล" หมายถึง การดำเนินการใด ๆ ต่อข้อมูลส่วนบุคคลของท่านซึ่งรวมถึงการเก็บรวบรวม การใช้ การจัดเก็บ การเปิดเผย และการลบข้อมูลส่วนบุคคล

"ฐานการประมวลผล" หมายถึง เหตุผลความจำเป็นในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตามมาตรา 24 และเงื่อนไขพิเศษในการประมวลผลข้อมูลอ่อนไหวตามมาตรา 26 ของกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฯ

ทั้งนี้ หากท่านเป็นผู้ให้ข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลที่สาม เช่น ข้อมูลของบุคคลในครอบครัว ข้อมูลของผู้ติดต่อฉุกเฉิน และบุคคลอ้างอิง เป็นต้น ขอให้ท่านโปรดแจ้งให้บุคคลเหล่านั้นทราบถึงรายละเอียดตามประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ และในบางกรณีอาจจำเป็นต้องขอความยินยอมจากบุคคลดังกล่าว เพื่อให้ กปน. สามารถประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลที่สามเหล่านี้ได้

ประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ อาจมีการทบทวนปรับปรุงตามที่จะได้แจ้งให้ท่านทราบผ่านช่องทางสื่อสารที่เหมาะสมต่อไป

2. กปน. เก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลประเภทใดบ้าง

กปน. เก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ดังต่อไปนี้

3. กปน. เก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลอย่างไร

โดยทั่วไปแล้ว กปน. เก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลจากท่านโดยตรงผ่านกระบวนการ หรือช่องทาง เช่น

อย่างไรก็ดี กปน. อาจเก็บรวบรวมข้อมูลเพิ่มเติมจากหน่วยงานภายนอก ซึ่งรวมถึง

  1. หน่วยงานรัฐ ได้แก่ กรมการปกครอง และศูนย์ดำรงธรรมกระทรวงมหาดไทย
  2. คู่สัญญา/คู่ค้า
  3. ระบบเครือข่ายและเทคโนโลยีสารสนเทศการประปานครหลวง

4. กปน. ใช้ข้อมูลส่วนบุคคลอย่างไร

กปน. ใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อการดำเนินการทั้งหลายตามวัตถุประสงค์ของ กปน. ซึ่งสามารถแบ่งเป็นกลุ่มกิจกรรม

กปน. จะประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านตามวัตถุประสงค์ที่ได้แจ้งไว้เท่านั้น อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่กปน. จำเป็นต้องประมวลผลข้อมูลของท่าน เพื่อวัตถุประสงค์อื่นที่ไม่เกี่ยวข้องกับวัตถุประสงค์เดิม และการประมวลผลดังกล่าวไม่สามารถอ้างอิงฐานการประมวลผลอื่นได้ เช่นนี้ กปน. จะแจ้งให้ท่านทราบหรือขอความยินยอมจากท่าน เพื่อการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตามวัตถุประสงค์ใหม่นั้น

5. กปน. ใช้ข้อมูลส่วนบุคคลร่วมกันกับหน่วยงานภายนอกหรือไม่

เพื่อให้หน่วยงานภายนอกสามารถประมวลผลข้อมูลตามหน้าที่ความรับผิดชอบตามสัญญาที่มีกับ กปน. หรือหน้าที่ตามกฎหมาย กปน. อาจมีความจำเป็นต้องส่งหรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังหน่วยงานภายนอกดังต่อไปนี้

  1. สถานศึกษาที่เกี่ยวข้อง เช่น มหาวิทยาลัย เป็นต้น
  2. คู่สัญญา/คู่ค้า
  3. ผู้รับจ้าง/ผู้ให้บริการ
  4. สื่อสาธารณะ เช่น Facebook เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่ส่งหรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลไปยังหน่วยงานภายนอก กปน. จะดำเนินการเท่าที่จำเป็นโดยส่งหรือเปิดเผยข้อมูลให้น้อยที่สุดภายใต้หลักการของกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฯ และอาจพิจารณาใช้วิธีจัดทำข้อมูลนิรนาม (Anonymization) และการแฝงข้อมูล (Pseudonymization) เพื่อรักษาความปลอดภัยของข้อมูล นอกจากนี้ หน่วยงานภายนอกที่ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลให้กับ กปน. จะต้องจัดให้มีนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เหมาะสม และ กปน. จะไม่อนุญาตให้หน่วยงานภายนอกดังกล่าวใช้ข้อมูลของท่าน เพื่อวัตถุประสงค์อื่นนอกจากที่ กปน. กำหนด

6. กปน. ส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังต่างประเทศหรือไม่

ภายใต้ขอบเขต และวัตถุประสงค์การประมวลผลตามประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ ณ ปัจจุบัน กปน. ไม่มีความจำเป็นจะต้องส่ง หรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังต่างประเทศ

อนึ่ง กปน. จะส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังต่างประเทศ ต่อเมื่อกรณีเป็นไปตามเงื่อนไขอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้

  1. ประเทศปลายทางที่รับข้อมูลได้รับการวินิจฉัยจากคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลว่ามีการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เพียงพอ
  2. หน่วยงานต่างประเทศที่รับข้อมูลอยู่ภายใต้นโยบายในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้รับการตรวจสอบและรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
  3. หน่วยงานต่างประเทศได้จัดให้มีมาตรการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เหมาะสมสามารถบังคับตามสิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้ รวมทั้งมีมาตรการเยียวยาทางกฎหมายที่มีประสิทธิภาพตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลประกาศกำหนด เช่น ข้อสัญญามาตรฐาน และประมวลวิธีปฏิบัติ เป็นต้น
  4. เป็นสิ่งจำเป็นเพื่อการใช้สิทธิตามกฎหมาย
  5. ได้รับความยินยอมจากท่านโดยท่านได้รับทราบถึงมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่ไม่เพียงพอของประเทศปลายทางหรือองค์การระหว่างประเทศที่รับข้อมูลส่วนบุคคลแล้ว
  6. เป็นการจำเป็นเพื่อการปฏิบัติตามสัญญาซึ่งท่านเป็นคู่สัญญาหรือเพื่อใช้ในการดำเนินการตามคำขอของท่านก่อนเข้าทำสัญญานั้น
  7. เป็นการกระทำตามสัญญาระหว่าง กปน. กับบุคคลหรือนิติบุคคลอื่นเพื่อประโยชน์ของท่าน
  8. เพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของบุคคล เมื่อบุคคลดังกล่าวไม่สามารถให้ความยินยอมในขณะนั้นได้
  9. เป็นการจำเป็นเพื่อการดำเนินภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะที่สำคัญ

7. การรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล

กปน. ได้จัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยสำหรับข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน นอกจากนี้ หน่วยงานภายนอกซึ่งประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลให้ กปน. จะต้องตกลงที่จะรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน และดำเนินการให้เป็นไปตามมาตรฐานการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของ กปน. (ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ประกาศ กปน. เรื่อง นโยบายการรักษาความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศและไซเบอร์ของการประปานครหลวง (Information and Cyber Security Policy))

8. ระยะเวลาในการจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคล

กปน. จะจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของท่านภายในระยะเวลาที่จำเป็นในการดำเนินการตามวัตถุประสงค์ของ กปน. รวมถึงการดำเนินงานอื่น ๆ ที่จำเป็น เช่น การดำเนินงานเกี่ยวกับด้านกฎหมาย บัญชี และการติดตามตรวจสอบต่าง ๆ

9. สิทธิของท่านในฐานะเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล

ภายใต้กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฯ ท่านมีสิทธิดังต่อไปนี้

9.1 สิทธิในการเพิกถอนความยินยอม

ในกรณีที่ กปน. ขอความยินยอมจากท่านเพื่อประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน

9.2 สิทธิในการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล

โดยท่านสามารถขอรับสำเนาข้อมูลของท่านและตรวจสอบว่า กปน. ได้ประมวลผลข้อมูลของท่านตามกฎหมายหรือไม่

9.3 สิทธิในการโอนข้อมูลส่วนบุคคล

ในกรณีที่ กปน. ได้จัดให้มีแพลตฟอร์มซึ่งทำให้ท่านสามารถเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลด้วยวิธีการอัตโนมัติ

9.4 สิทธิในการคัดค้านการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล

โดยท่านสามารถคัดค้านในกรณีที่ กปน. ประมวลผลข้อมูลของท่านตามฐานการประมวลผล และ/หรือวัตถุประสงค์ ดังต่อไปนี้

9.5 สิทธิในการลบข้อมูลส่วนบุคคล

โดยท่านสามารถขอให้ลบ ทำลาย หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวท่านได้ ในกรณีดังต่อไปนี้

9.6 สิทธิในการระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคล

โดยท่านสามารถขอให้ระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านได้ ในกรณีดังต่อไปนี้

9.7 สิทธิในการแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคล

หากท่านพบว่าข้อมูลของท่านไม่ถูกต้อง สมบูรณ์ และเป็นปัจจุบัน ท่านสามารถขอแก้ไขข้อมูลของท่านได้ เพื่อให้ข้อมูลของท่านถูกต้อง สมบูรณ์ และเป็นปัจจุบัน

ในบางกรณี กปน. อาจไม่สามารถดำเนินการตามที่ท่านร้องขอได้ เช่น เมื่ออยู่ระหว่างการดำเนินกระบวนการทางกฎหมายหรือคำสั่งศาล เป็นต้น

อย่างไรก็ดี ในกรณีที่ท่านได้ให้ความยินยอมในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเอาไว้ ท่านสามารถถอนความยินยอมนั้นเมื่อใดก็ได้ด้วยการติดต่อไปยังส่วนงานที่เกี่ยวข้อง โดย กปน. จะยุติการประมวลผลข้อมูลดังกล่าวโดยเร็วที่สุด ทั้งนี้ การถอนความยินยอมจะมีผลบังคับใช้กับการประมวลผลที่กำลังจะเกิดขึ้น หากแต่จะไม่มีผลเป็นการยกเลิกเพิกถอนการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้ดำเนินการไปแล้ว

อนึ่ง กปน. จะบันทึกรายการต่าง ๆ ที่ได้ดำเนินการเกี่ยวกับคำร้องขอใช้สิทธิของท่านเอาไว้ เพื่อใช้ในการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ทั้งนี้ หากมีข้อสงสัยในรายละเอียดของการดำเนินการเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และสิทธิของท่าน ท่านอาจศึกษาจากคู่มือ PDPA สำหรับประชาชน โดยสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

ในกรณีที่ท่านประสงค์จะใช้สิทธิข้างต้น หรือมีข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล โปรดติดต่อเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของ กปน. ตามรายละเอียดที่ได้แจ้งไว้ด้านบน โดย กปน. จะรีบดำเนินการตามคำร้องของท่านโดยเร็วและสอดคล้องกับที่กฎหมายกำหนด อย่างไรก็ดี ในกรณีที่ กปน. ปฏิเสธไม่ดำเนินการตามคำร้องขอของท่าน ท่านมีสิทธิร้องเรียนเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตามกฎหมายได้ที่สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ผ่านช่องทางอีเมล saraban@pdpc.or.th โดยจัดทำตามแบบคำร้องเรียนที่คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลประกาศกำหนด

10. การทบทวนและปรับปรุงประกาศความเป็นส่วนตัว

กปน. อาจมีปรับปรุงประกาศนี้เป็นครั้งคราว เพื่อให้แน่ใจว่าเนื้อหาจะมีความเหมาะสม เป็นปัจจุบัน และสอดคล้องตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง หาก กปน. มีการปรับปรุงแก้ไขประกาศนี้ กปน. จะแสดงประกาศเวอร์ชันล่าสุดไว้บนเว็บไซต์ กปน. และอาจจะแจ้งให้ท่านทราบผ่านช่องทางต่างๆ ตามความเหมาะสม

ทั้งนี้ หากท่านยังคงใช้บริการของ กปน. ภายหลังจากที่ประกาศนี้มีการปรับปรุงแก้ไขและได้มีการแสดงประกาศไว้ที่นี้แล้ว ถือว่าท่านเห็นชอบและยอมรับในประกาศฉบับที่ปรับปรุงแล้ว